บริการด้านอาหาร: เลือกอาหารให้เด็กอย่างไร จึงจะเหมาะสมกับพัฒนาการ ต้องบอกกก่อนเลยว่า สำหรับเด็กเล็กๆที่เริ่มต้นในช่วงฝึกรับประทานสิ่งต่างๆนอกจากน้ำและนม ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญมากๆ และผู้ปกครองควรมีส่วนร่วมอย่างใจเย็นและค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากว่าเด็กเล็กๆยังมีความเลือกทาน ไม่ใช่เลือกในสิ่งจำเป็นแต่เป็นการเลือกในสิ่งที่ชอบด้วยรสชาติ ด้วยหน้าตาและสีสันของอาหาร และการรับประทานอาหารเหล่านี้ จะช่วยให้เด็กเล็กๆได้รับสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย และส่งผลถึงคุณค่าทางด้านพัฒนาการอีกด้วย อาหารสำหรับเด็กจึงไม่ควรถูกมองข้าม

ในวันนี้บริษัทที่ให้บริการงานสนับสนุนทางด้านอาหารในกลุ่มโรงพยาบาลชั้นนำภายใต้มาตรฐานระดับโลก อยากจะขอเป็นส่วนหนึ่งในการให้ท่านผู้อ่านที่มีบุตรหลานที่ยังเล็กได้รู้จักเลือกอาหารที่ดีมีประสิทธิภาพเหมาะสมสำหรับเด็กในแต่ละชาวงวัยมาฝาก ดังต่อไปนี้

เมื่อไหร่ที่ควรให้อาหารกับเด็ก ?

โดยปกติแล้วผู้ปกครองควรเริ่มให้อาหารควบคู่กับนมในช่วงเด็กที่มีอายุประมาณ 6 เดือน ต้องขอบอกเลยว่าในช่วงนี้ถือว่าเด็กกำลังมีระบบภูมิคุ้มกันร่างกายแข็งแรงมากขึ้น จึงถือว่าเป็นช่วงวัยที่ปลอดภัยมากๆ แต่เนื่องด้วยการสื่อสารของเด็กในวัยนี้ อาจจะทำให้ผู้ใหญ่เข้าใจคลาดเคลื่อนได้ จึงอยากให้ท่านผู้ปกครองทำความเข้าใจในเรื่องของอาหารของเด็กในแต่ละช่วงวัยดังนี้

– แรกเกิด ถึง 6 เดือน

ควรเน้นที่การรับประทานน้ำนมเป็นหลักไม่ว่าจะนมชงหรือนมแม่ก็ตาม อีกอย่างหนึ่งที่สำคัญมากๆก็คือถั่วลิสง ซึ่งต้องขอบอกเลยว่าอาการแพ้ถั่วเป็นอันตรายที่ร้ายแรงมากๆอาจจะส่งผลแกชีวิตได้ ซึ่งการให้เด็กเล็กๆรับประทานถั่วลิสงนั้นจะช่วยให้ลดความเสี่ยงในการเกิดอาการแพ้ได้ โดยการให้นำถั่วมาบดละเอียดผสมกับผักหรือผลไม้บดละเอียด เพื่อไม่ให้เด็กเล็กรับประทานยาก และอาจจะส่งผลให้เกิดการติดคอได้อีกด้วย

– ช่วงอายุ 6 ถึง 8 เดือน

ในช่วงนี้เด็กยังควรรับประทานน้ำนมเป็นอาหารหลักอยู่เนื่องจากร่างกายยังต้องการอยู่ที่ประมาณ 700-950 มิลลิลิตร แต่ควรเพิ่มอาหารที่มีโปรตีนสูงเข้าไปด้วย เช่น เนื้อสัตว์จำพวก ไก่ ปลา ไข่ ชีส โยเกิร์ต หรือถั่ว โดยให้เน้นน้ำเนื้อสัตว์ที่กล่าวมานี้ปรุงให้สุกและบดให้ละเอียดเพื่อให้เด็กสามารถเคี้ยวได้ง่าย และสิ่งที่ขาดไม่ได้ในเมนูก็คือ ผักและผลไม้ โดยควรทานอย่างน้อยประมาณ 2-4 ออนซ์ ต่อวัน

– ช่วงอายุ 8 ถึง 12 เดือน

ในช่วงวัยนี้น้ำนมก็ยังคงเป็นส่วนที่สำคัญมากๆโดยร่างกายจะต้องการนมอยู่ที่ประมาณ 700 มิลลิลิตร/วัน รวมถึงผลตภัณฑ์ธัญพืชก็ควรจะเพิ่มปริมาณให้มากขึ้น โดนเน้นไปที่พวกอาหารเสริมเช่น ซีเรียลที่อุดมไปด้วยธาติเหล็ก ผักผลไม้ก็ขาดไม่ได้เช่นกัน โดยในช่วงวัยนี้สามารถทานผักผลไม้ที่หยาบขึ้นได้ โดยให้ใช้การับละเอียดแทนการบด หั่นเป็นชิ้นเล็กๆพอดีคำ และก็เพิ่มจำนวนอาหารประเภทโปรตีนเข้าไปเสริมอีกเช่นเคย โดยไม่ต้องใช้การบดแต่ให้หั่นเป็นชิ้นๆพอดีคำ ให้พอรับประทานง่าย

อาหารเสริมที่ไม่เหมาะสมสำหรับเด็กเล็ก ?

เด็กแต่ละช่วงวัยควรได้รับอาหารหลักและเสริมให้พอเหมาะกับการที่เขาจะนำไปเสริมสร้างพัฒนาการในส่วนต่างๆ แต่สิ่งสำคัญที่ผู้ปกครองครัวเลี่ยงอย่าให้เด็กเล็กๆรับประทานก็มีมากมายพอสมควร เพราะจะส่งผลเสียมากกว่าผลดี โดยมีดังต่อไปนี้

– เกลือ

ต้องขอบอกเลยว่าผู้ปกครองหลายๆคนยังเข้าใจผิดนิยมใส่เกลือให้กับเด็กในวัยทารก เพื่อหวังว่าให้เด็กๆได้รับไอโอดีน แต่ในความเป็นจริงแล้งขอแนะนำว่าผู้ปกครองครัวหลีกเลี่ยงการใส่เกลือในอาหารรวมถึงอาหารที่มีส่วนผสมของเกลือ รวมถึงอาหารที่ผ่านการปรุงแต่ง เช่น เบคอน แต่หากว่าเด็กมีอายุประมาณ 7 เดือนขึ้นไปแล้ว สามารถรับประทานเกลือได้วันละประมาณ 1 กรัมเท่านั้น

– น้ำตาล

ผู้ปกครองควรเลี่ยงให้เด็กทารกรับประทานอาหารที่ใส่น้ำตาล รวมถึงเครื่องดื่มที่มีการปรุงแต่งน้ำตาล หรือเครื่องดื่มที่ใส่สารความหวานต่างๆอีกด้วย

– น้ำผึ้ง

เด็กทารกที่มีอายุต่ำกว่า 1 ปี ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานน้ำผึ้ง เนื่องจากว่าในน้ำผึ้งอาจจะมีเชื้อแบคทีเรียบางชนิดซึ่งก่อให้เกิดสารพิษแก่เด็กทารกได้

– เครื่องดื่มต่างๆ

เด็กทารกไม่ควรดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของโซดา เจลาติน กาแฟ ชา น้ำผลไม้ หรือเครื่องดื่มที่มีการปรุงแต่งกลิ่นธรรมชาติต่างๆ